ร่องรอยเรื่องราว

ต้นโพธิ์พหุวัฒนธรรม

     บริเวณริมรั้วด้านหน้าวัด  ระหว่างซุ้มประตูซ้ายกับขวา  มีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ซึ่งเจ้าอาวาสรูปที่ ๕  ปลูกร่วมกับอำมาตย์เอก พระยาสมันตรัฐบุรินทร์ (ตุ๋ย  บินอับดุลลาห์) ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูลขณะนั้นเมื่อประมาณ พ. ศ. ๒๔๗๕ 

พิกุลเมืองเก่า

     ต้นพิกุลประจำวัดชนาธิปเฉลิม ชาวเมืองเก่าปลูกขึ้นพร้อมกับการขุดบ่อน้ำภายในวัด สำหรับให้ร่มเงาเมื่อมาใช้น้ำบ่อ สามารถสืบค้นประวัติความเป็นมาได้จากชาวเมืองเก่าที่มีชีวิตอยู่ได้ว่า เมื่อปี ๒๔๙๙ ต้นพิกุลต้นนี้มีอยู่แล้ว 

บ่อบำบัง

     บ่อน้ำโบราณ ปรากฏอยู่ภายในวัดชนาธิปธิปเฉลิม หรือวัดมำบังในอดีต เป็นบ่อที่วัดและชุมชนหมู่บ้านมำบังขุดขึ้นเพื่อใช้น้ำร่วมกัน สันนิษฐานว่าขุดขึ้นในช่วงปีเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕

ม่าวนา (มะม่าว)

     ต้นมะม่าวโบราณ ปรากฏอยู่ในวัดชนาธิปเฉลิม ให้พบเห็นมาตั้งแต่ ยุคสมัยเจ้าอาวาสรูปที่ ๕ (พระอรรถเมธี (เปรื่อง ฐิตาโภ) (พ. ศ. ๒๔๗๔ – ๒๕๐๓) สันนิษฐานว่า เป็นต้นไม้ที่หลงเหลือจากการแผ้วถางป่าละเมะเพื่อพัฒนาวัดในสมัยนั้น

ป่าช้ามำบัง

     พื้นที่วัดชนาธิปเฉลิม พระอารามหลวง บริเวณด้านหลังพระอุโบสถ เดิมเป็นสุสานฝังศพประจำหมู่บ้านมำบัง ใช้ฝังศพมาก่อนที่จะมีการตั้งวัดชนาธิปเฉิมขึ้นในพื้นที่แห่งนี้ ทางวัดอนุรักษ์ต้นลั่นทมเหนือหลุมฝังศพไว้เป็นหมุดหมายประวัติศาสตร์สตูลเมืองเก่า

แหล่งเรียนรู้ปีศาจวิทยา

     เรื่องเล่าปรัมปราเกี่ยวกับอสุรกายคางคกประจำตึกอรรถเมธี เกิดขึ้นหลังจากปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ซึ่งถูกทิ้งร้างและกลายเป็นที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศลในยุคสมัยเจ้าอาวาสรูป ๖  กล่าวกันว่าเป็นที่สถิตของอสุรกายรูปร่างคล้ายคางคกยักษ์ดวงตาสีแดงปลั่ง ช่วงที่พระปัญญาวุฒิวิมล อดีตเจ้าอาวาส พัฒนาขึ้นมาเป็นกุฏิเจ้าอาวาส และพักอาศัยอยู่จนบั้นปลายของชีวิต ท่านเคยเล่าว่า ช่วงที่มีอาการอาพาธต่อเนื่อง ได้ย้ายจุดจำวัดไปที่บริเวณมุมระเบียงอาคารชั้นบนด้านทิศใต้ ในภวังค์ได้พบเห็นคางคกขนาดใหญ่ ดวงตาสีแดง ปรากฏขึ้นบริเวณปลายเท้า และได้ยินเสียงคางคกตวาดลั่นให้ท่านย้ายจุดจำวัดออกจากบริเวณนั้น

ตำนานอสุรกายคางคกประจำตึกอรรถเมธี
(โปรดวิจารณญาณเชิงคติชน)